วิเคราะห์การเทรดวันพุธ:
กราฟ 1 ชั่วโมงของคู่เงิน EUR/USD
คู่สกุลเงิน EUR/USD เคลื่อนไหวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันพุธ แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงการซื้อขายเอเชีย ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า Donald Trump ได้ประกาศข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์อย่างไม่คาดคิด ซึ่งทำให้ทั้งค่าเงินดอลลาร์และราคาน้ำมันร่วงลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ระหว่างวัน อิสราเอลได้ยิงจรวดหลายร้อยลูกใส่เลบานอน ในขณะที่อิหร่านโจมตีบาห์เรนและคูเวต ดังนั้น ข้อตกลงหยุดยิงจึงดูไม่น่าเชื่อถือเท่าใดนัก และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีถ้อยแถลงใหม่ใด ๆ จาก Donald Trump เกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง ดังนั้นวันนี้เทรดเดอร์จึงมีแนวโน้มที่จะลังเลก่อนจะเปิดสถานะขายดอลลาร์เพิ่มเติม เพราะการพักรบในขณะนี้ยังดูเป็นเพียงสิ่งชั่วคราวที่ไม่มั่นคง อย่างไรก็ดี เทรนด์ขาขึ้นแบบซับซ้อนรูปแบบใหม่ได้เริ่มก่อตัวบนกรอบเวลา 1 ชั่วโมงแล้ว แต่การปรับตัวขึ้นต่อของคู่เงินนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อย่างสิ้นเชิง หากวันนี้ปรากฏชัดว่าการหยุดยิงสิ้นสุดลงแล้ว คู่เงินอาจร่วงกลับลงไปทดสอบเส้นเทรนด์ได้อีกครั้ง
กราฟ 5 นาทีของคู่เงิน EUR/USD
บนกรอบเวลา 5 นาที สัญญาณการเทรดทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันพุธ สัญญาณซื้อครั้งสุดท้ายซึ่งเป็นการดีดตัวขึ้นจากบริเวณ 1.1655-1.1666 ถูกกระตุ้นขึ้นก่อนเปิดช่วงการซื้อขายยุโรปเพียงเล็กน้อย แต่ระหว่างวัน แรงขึ้นเริ่มอ่อนตัวลง และราคายังไม่สามารถไปถึงระดับเป้าหมายที่ 1.1745 ได้ ภายในสิ้นวัน คู่เงินกลับลงมาที่กรอบ 1.1655-1.1666 อีกครั้ง
วิธีเทรดในวันพฤหัสบดี:
บนกรอบเวลา 1 ชั่วโมง แนวโน้มขาขึ้นกลับมาดำเนินต่อเนื่องอีกครั้งจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการเคลื่อนไหวต่อไปของคู่เงินจะยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยเดิมเป็นหลัก ตลาดยังคงเทรดโดยอิงจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางและอารมณ์เป็นหลัก ดังนั้น “รถไฟเหาะ” แบบนี้อาจดำเนินต่อไปได้อีกนาน ขณะที่ปัจจัยด้านมหภาค เทคนิค และปัจจัยพื้นฐานถูกลดความสำคัญลง Trump ยังคงเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดทั้งการอ่อนค่าและแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่อง
ในวันพฤหัสบดี เทรดเดอร์มือใหม่อาจพิจารณาเปิดสถานะขาย หากราคายืนต่ำกว่าบริเวณ 1.1655-1.1666 ได้ โดยมีเป้าหมายที่ 1.1584-1.1591 การดีดตัวของราคาจากบริเวณ 1.1655-1.1666 จะเปิดโอกาสสำหรับการเปิดสถานะซื้อ โดยมีเป้าหมายที่ 1.1745-1.1754
บนกรอบเวลา 5 นาที ระดับราคาที่ควรจับตาได้แก่ 1.1267-1.1292, 1.1354-1.1363, 1.1413, 1.1455-1.1474, 1.1527-1.1531, 1.1584-1.1591, 1.1655-1.1666, 1.1745-1.1754, 1.1830-1.1837, 1.1899-1.1908 ในวันพฤหัสบดี สหรัฐฯ จะประกาศประมาณการครั้งที่สามของ GDP ไตรมาส 4 รวมถึงดัชนี core personal consumption expenditure ขณะที่เยอรมนีจะเผยแพร่รายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรม เรามองว่าตลาดจะยังคงรอติดตามข่าวจาก Trump เกี่ยวกับการหยุดยิงกับอิหร่านอีกครั้ง
หลักการสำคัญของระบบการเทรด:
- ความแข็งแกร่งของสัญญาณถูกประเมินจากระยะเวลาที่ใช้ในการก่อตัวของสัญญาณนั้น (การดีดกลับหรือการทะลุระดับ) ยิ่งใช้เวลาสั้น สัญญาณยิ่งแข็งแรง
- หากมีการเปิดออร์เดอร์สองครั้งขึ้นไปบริเวณระดับราคาใดระดับราคาหนึ่งจากสัญญาณหลอก สัญญาณถัดไปทั้งหมดจากระดับนั้นควรถูกเพิกเฉย
- ในภาวะ Sideway คู่เงินใด ๆ สามารถสร้างสัญญาณหลอกได้จำนวนมาก หรืออาจไม่มีเลย ระดับทางเทคนิคอาจถูกมองข้ามได้
- บนกรอบเวลา 1 ชั่วโมง ควรเทรดตามสัญญาณ MACD เฉพาะเมื่อมีความผันผวนที่ดี และแนวโน้มได้รับการยืนยันด้วยเส้นแนวโน้มหรือช่องแนวโน้ม
- หากมีสองระดับราคาวางอยู่ใกล้กันเกินไป (ห่างเพียง 5-20 pip) ระดับเหล่านั้นควรถูกรวมพิจารณาเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน
- เมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว 15 pip ควรเลื่อน Stop Loss ขึ้นมาที่จุดคุ้มทุน
สิ่งที่ควรสังเกตบนกราฟ:
ระดับราคาแนวรับและแนวต้านเป็นระดับที่ใช้เป็นเป้าหมายเมื่อเปิดสถานะซื้อหรือขาย สามารถตั้งจุด Take Profit ใกล้บริเวณเหล่านี้ได้
เส้นสีแดงแสดงถึงช่องราคา (channel) หรือเส้นแนวโน้มที่บ่งบอกแนวโน้มปัจจุบัน และชี้ทิศทางที่ควรให้ความสำคัญในการเทรดในช่วงเวลานั้น
อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ทั้งฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน
คำกล่าวสุนทรพจน์และรายงานสำคัญ (ที่มักถูกระบุไว้ในปฏิทินข่าวเสมอ) สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงิน ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีการประกาศข่าว ควรเทรดด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือออกจากตลาดชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวของราคารุนแรงสวนทางกับทิศทางเดิม
เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาดฟอเร็กซ์ควรตระหนักว่า ไม่ใช่ทุกออร์เดอร์ที่จะทำกำไรได้ การพัฒนากลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเทรดระยะยาว